วันจันทร์ที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

ประวัติความเป็นมา มหาวิทยาลัยชีวิต


“มหาวิทยาลัยชีวิต”
ที่มาของสถาบันการเรียนรู้เพื่อปวงชน
(LIFE : Learning Institute For Everyone)
ชุมชน : ที่มาของมหาวิทยาลัยชีวิต
           ขณะที่ผู้คนทั่วประเทศมีปัญหาหนี้สิน ปัญหาครอบครัว การทำมา
หากิน และชุมชนก็เหมือนกำลังล่มสลาย ไม่สามารถแก้ไขปัญหาร้อยแปดที่
รุมเร้าได้ เราได้พบว่ามีบุคคลจำนวนไม่น้อยที่แก้ปัญหาหนี้สิน ปัญหาต่างๆ
ของตนเองได้ เราได้พบชุมชนมากมายที่ไม่ได้ล่มสลาย แต่เข้มแข็งและพึ่งพา
ตนเองได้ และมีไม่น้อยที่โดดเด่นถึงขั้นมีคนไปศึกษาดูงานจากทั่วประเทศและ
ต่างประเทศ
ขณะที่เรากำลังสิ้นหวังกับระบบการศึกษา ซึ่งไม่สามารถช่วยแก้ไข
ปัญหาความยากจน ปัญหาหนี้สิน ปัญหาความแตกแยก ความรุนแรง และ
อื่นๆ เราก็พบว่าชุมชนที่เข้มแข็งทั่วประเทศ ไม่ได้เข้มแข็งเพราะมีงบประมาณ
มาก มีโครงการมาก แต่เพราะเป็นชุมชนเรียนรู้ มีกระบวนการจัดการเรียน
รู้ของตนเองที่มีประสิทธิภาพเรียนเพื่อแก้ปัญหาและพัฒนาตนเอง
เราได้ไป “ขอความรู้” จากปราชญ์ชาวบ้าน จากผู้นำจากชุมชน
เข้มแข็งเหล่านี้ เราได้ไป “ร่วมมือกันพัฒนา” ชุมชนท้องถิ่นทั่วประเทศเป็น
เวลากว่า ๓๐ ปี ที่สุด ได้ร่วมกับผู้นำชุมชน นักวิชาการ ทำการวิเคราะห์
และสังเคราะห์ความรู้จากชุมชนแล้วพัฒนาเป็นหลักสูตรทั้งระยะสั้นระยะยาว
รวมทั้งระดับอุดมศึกษา นำกลับไปให้ชุมชนทั่วประเทศได้เรียน เรียนแล้วจะ
ได้พัฒนาและแก้ปัญหาได้เหมือนกับบุคคลและชุมชน “ต้นแบบ” ทั้งหลาย
มหาวิทยาลัยชีวิต : ความหมาย
       มหาวิทยาลัยชีวิตเป็นวลีที่คิดขึ้นเพื่อบ่งบอกถึงกระบวนการเรียนรู้
ที่มาจากประสบการณ์ชีวิต เอาชีวิตเป็นตัวตั้ง เอาปัญหาในชีวิต ในชุมชน
ในสังคมเป็นตัวตั้ง เอาศักยภาพของตนเอง ของชุมชนท้องถิ่นเป็นฐานและ
เป็นทุน เรียนเพื่อแก้ปัญหาและพัฒนาตนเองเป็นประการสำคัญ ไม่ใช่เรียน
“หนังสือ” เพื่อจะได้ไป “สอบ” เรียนจบแล้วก็เอาปริญญาไปเร่หางานทำ
มหาวิทยาลัยชีวิต คือ “รูปแบบ” หนึ่งของการเรียนรู้ ซึ่งเอาชีวิตเป็น
“เนื้อหา” มีการจัดการเรียนรู้อย่างเป็น “กระบวนการ” ที่ไม่ใช่การไปสอนให้
ท่องจำ หรือไปถ่ายทอดวิชาความรู้ แต่เป็นกระบวนการที่ทำให้ผู้เรียนคิดเป็น
และคิดเป็นระบบได้ สามารถสร้างความรู้ใหม่ได้ ความรู้ที่สร้างเองเช่นนี้มี
ประสิทธิภาพสูง มีพลังที่ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงได้
เรียนในมหาวิทยาลัยชีวิตแล้วชีวิตดีขึ้นตั้งแต่ขณะที่เรียน เพราะ
การเรียนรู้หมายถึงการเปลี่ยนแปลง เรียนแล้วชีวิตต้องเปลี่ยนไปในทางที่ดี
ในทันทีเพราะการเรียนรู้ที่แท้จริงเป็นการระเบิดศักยภาพของคนจากภายใน
ไม่ใช่การยัดเยียดจากภายนอก ข้อมูลและความรู้เก่าที่อยู่ในตำราก็ดี อยู่ใน
ตัวอาจารย์ผู้สอนก็ดี มีคุณค่าเพียงเพื่อให้นักศึกษาได้ใช้เป็นเครื่องมือใน
การสร้างความรู้ใหม่ ไม่ใช่เป็นคำตอบสุดท้ายหรือคำตอบสำเร็จรูป

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น