วันอังคารที่ 24 เมษายน พ.ศ. 2555

สมุนไพรไทย ฟ้าทะลายโจร

ชื่ออื่น : หญ้ากันงู (สงขลา) น้ำลายพังพอน ฟ้าละลายโจร (กรุงเทพฯ) ฟ้าสาง (พนัสนิคม) เขยตายยายคลุม สามสิบดี (ร้อยเอ็ด) เมฆทะลาย (ยะลา) ฟ้าสะท้าน (พัทลุง) 

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ 
             ไม้ล้มลุก สูง 30-70 ซม. ทุกส่วนมีรสขม กิ่งเป็นใบสี่เหลี่ยม ใบ เดี่ยว แผ่นใบสีเขียวเข้มเป็นมัน ดอก ช่อ ออกที่ปลายกิ่งและซอกใบ ดอกย่อย กลีบดอกสีขาว โคนกลีบติดกัน ปลายแยก 2 ปาก ปากบนมี 3 กลีบ มีเส้นสีม่วงแดงพาดอยู่ ปากล่างมี 2 กลีบ ผล เป็นฝัก เมื่อแก่เป็นสีน้ำตาล แตกได้ ภายในมีเมล็ดจำนวนมาก ส่วนที่ใช้ : ทั้งต้น ใบสด ใบแห้ง ใบจะเก็บมาใช้เมื่อต้นมีอายุได้ 3-5 เดือน 

           แก้ไข้ทั่ว ๆ ไป เช่น ไข้หวัด ไข้หวัดใหญ่ ระงับอาการอักเสบ พวกไอ เจ็บคอ คออักเสบ ต่อมทอนซิล หลอดลมอักเสบ ขับเสมหะ รักษาโรคผิวหนังฝี แก้ติดเชื้อ พวกทำให้ปวดท้อง ท้องเสีย บิด และแก้กระเพาะลำไส้อักเสบ เป็นยาขมเจริญอาหาร และการที่ฟ้าทะลายโจรมีสรรพคุณ 4 ประการนี้ จึงชวนให้เห็นว่าตัวยาต้นนี้ เป็นยาที่สามารถนำไปใช้กว้างขวางมาก จากเหตุผลที่ฟ้าทะลายโจรมีฤทธิ์ระงับการติดเชื้อหรือระงับการเจริญเติบโตของเชื้อโรคได้ ข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ ใบฟ้าทะลายโจร มีสารเคมีประกอบอยู่หลายประเภท แต่ที่เป็นสาระสำคัญในการออกฤทธิ์ คือ สารกลุ่ม Lactone คือ สารแอดโดรกราโฟไลด์ (andrographolide) สารนีโอแอนโดรกราโฟไลด์ (neo-andrographolide) 14-ดีอ๊อกซี่แอนโดรกราโฟไลด์ (14-deoxy-andrographolide) 
            ทะลายโจรเป็นยาเก่าแก่ของประเทศจีน ที่ใช้ในการแก้ฝี แก้อักเสบ และรักษาโรคบิด การวิจัยด้านเภสัชวิทยาพบว่า ฟ้าทะลายโจรสามารถยับยั้ง เชื้อแบคทีเรียอันเป็นสาเหตุของการเป็นหนองได้ และมีการศึกษาวิจัยของโรงพยาบาลบำราศนราดูร ถึงฤทธิ์ในการรักษาโรคอุจจาระร่วงและบิด แบคทีเรีย เปรียบเทียบกับ เตตราซัยคลิน ในผู้ป่วย 200 ราย อายุระหว่าง 16-55 ปี ได้มีการเปรียบเทียบระยะเวลาที่ถ่ายอุจจาระเหลว จำนวนอุจจาระเหลว น้ำเกลือที่ให้ทดแทนระหว่างฟ้าทะลายโจรกับเตตราซันคลิน พบว่าสมุนไพรฟ้าทะลายโจร ลดจำนวนอุจจาระร่วงและจำนวนน้ำเกลือที่ให้ทดแทนอย่างน่าพอใจ แม้ว่าจากการทดสอบทางสถิติ จะไม่มีความแตกต่างโดยในสำคัญก็ตาม ส่วนการลดเชื้ออหิวาตกโรคในอุจจาระ ฟ้าทะลายโจรไม่ได้ผลดีเท่าเตตราซัยคลิน นอกจากนี้ยังมีโรงพยาบาลชุมชนบางแห่งได้ใช้ฟ้าทะลายโจรรักษาอาการเจ็บคอได้ผลดีอีกด้วย มีฤทธิ์เช่นเดียวกับเพ็นนิซิลินเมื่อเทียบกับยาแผนปัจจุบัน เท่ากับเป็นการช่วยให้มีผู้สนใจทดลองใช้ยานี้รักษาโรคต่าง ๆ มากขึ้น 


วิธีใช้ฟ้าทะลายโจร
  1. ถ้าใช้แก้ไข้เป็นหวัด ปวดหัวตัวร้อน ใช้ใบและกิ่ง 1 กำมือ (แห้งหนัก 3 กรัม สดหนัก 25 กรัม) ต้มน้ำดื่มก่อนอาหารวันละ 2 ครั้ง เช้า-เย็น หรือเวลามีอาการ 
  2. ถ้าใช้แก้ท้องเสีย ท้องเดิน เป็นบิดมีไข้ ใช้ทั้งต้นหรือส่วนทั้ง 5 ของฟ้าทะลายโจร ผึ่งลมให้แห้ง หั่นชิ้นเล็ก ๆ ประมาณ 1 กำมือ (หนักประมาณ 3-9 กรัม) ต้มเอาน้ำดื่มตลอดวัน ตำรับยาและวิธีใช้ 1. ยาชงมีวิธีทำดังนี้ - เอาใบสดหรือแห้งก็ได้ ประมาณ 5-7 ใบ แต่ใบสดจะดีกว่า - เติมน้ำเดือดลงจนเกือบเต็มแก้ว - ปิดฝาทิ้งไว้ประมาณครึ่งชั่วโมง หรือพอยาอุ่น แล้วรินเอามาดื่ม ขนาดรับประทาน ครั้งละ 1 แก้ว วันละ 3-4 ครั้ง ก่อนอาหาร, ก่อนนอน 2. ยาเม็ด (ลูกกลอน) มีวิธีทำดังนี้ - เด็ดใบสดมาล้างให้สะอาดผึ่งในที่ร่ม ห้ามตากแดด ควรผึ่งในที่มีลมโกรก ใบจะได้ แห้งเร็ว - บดเป็นผงให้ละเอียด - ปั้นกับน้ำผึ้ง หรือน้ำเชื่อม เป็นเม็ดขนาดเท่าเม็ดถั่วเหลือง (หนัก 250 มิลลิกรัม) แล้วผึ่งลมให้แห้ง เพราะถ้าปั้นรับประทานขณะที่ยังเปียกอยู่จะขมมาก ขนาดรับประทานครั้งละ 4-10 เม็ด วันละ 3-4 ครั้ง ก่อนอาหาร, ก่อนนอน
  3. แค๊ปซูล มีวิธีทำคือ แทนที่ผงยาที่ได้จะปั้นเป็นยาเม็ด กลับเอามาใส่ในแค๊ปซูล เพื่อช่วยกลบรสขมของยา แค๊ปซูล ที่ใช้ ขนาดเบอร์ 2 (ผงยา 250 มิลลิกรัม) ขนาดรับประทานครั้งละ 3-5 แค๊ปซูล วันละ 3-4 ครั้ง ก่อนอาหาร ก่อนนอน 
  4. ยาทิงเจอร์หรือยาดองเหล้า เอาผงแห้งใส่ขวด แช่สุราที่แรง ๆ เช่น สุราโรง 40 ดีกรี ถ้ามี alcohol ที่รับประทานได้ (Ethyl alcohol) จะดีกว่าเหล้า แช่พอให้ท่วมยาขึ้นมาเล็กน้อย ปิดฝาให้แน่น เขย่าขวดวันละ 1 ครั้ง พอครบ 7 วัน จึงกรองเอาแต่น้ำ เก็บไว้ในขวดให้สะอาดปิดสนิท รับประทานครั้งละ 1-2 ช้อนโต๊ะ (รสขมมาก) วันละ 3-4 ครั้ง ก่อนอาหาร 
  5. ยาผงใช้สูดดม คือเอายาผงที่บดละเอียด มาใส่ขวดหรือกล่องยา ปิดฝาเขย่าแล้วเปิดฝาออก ผงยาจะเป็นควันลอยออกมา สูดดมควันนั้นเข้าไป ผงยาจะติดที่คอทำให้ยาไปออกฤทธิ์ที่คอโดยตรง ช่วยลดเสมหะ และแก้เจ็บคอได้ดี วิธีที่ดีกว่านี้คือวิธีเป่าคอ กวาดคอ หรือรับประทานยาชง ตรงที่คอจะรู้สึกขมน้อยมาก ไม่ทำให้ขยาดเวลาใช้ ใช้สะดวกและง่ายมาก 
"ข่าวฟ้าทะลายโจร"                                                                      
         หลังจากมีการแพร่ข้อมูลว่า ฟ้าทะลายโจร สมุนไพรพื้นบ้านของไทยสามารถสร้างภูมิคุ้มกันให้ผู้ที่กินเข้าไป ป้องกันการติดเชื้อไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ได้ในระดับหนึ่ง ส่งผลให้ยาสมุนไพรฟ้าทะลายโจรทั้งชนิดแคปซูลและชนิดเม็ดขายดีจนขาดตลาดในหลายพื้นที่ เช่นที่จังหวัดนครราชสีมา

         นพ.วิชัย ขัตติยวิทยากุล สาธารณสุขจังหวัดนครราชสีมา กล่าวว่า แม้สมุนไพรฟ้าทะลายโจรจะสร้างภูมิคุ้มกันป้องกันหวัดได้ก็จริง แต่ไม่ควรรับประทานนานติดต่อกันเกิน 1 สัปดาห์ เพราะอาจส่งผลให้ร่างกายโดยเฉพาะแขนขาไม่มีเรี่ยวแรง เพราะสมุนไพรฟ้าทะลายโจรตามตำราเวชศาสตร์การแพทย์แผนโบราณ ระบุว่าเป็นยาเย็นที่ช่วยป้องกันและรักษาการป่วยเป็นไข้หวัด เมื่อรับประทานเข้าไปร่างกายที่ร้อนจากอาการไข้จะเย็นลง ดังนั้นหากร่างกายอยู่ในสภาพปกติ เมื่อรับประทานสมุนไพรฟ้าทะลายโจรนานเกิน 1 สัปดาห์ อาจทำให้ร่างกายโดยเฉพาะแขนขาไม่มีแรง แต่หากมีความจำเป็น ควรรับประทานคู่กับน้ำขิงเพื่อเพิ่มความอบอุ่นให้แก่ร่างกาย

         นพ.วิชัยกล่าวว่า โดยข้อเท็จจริงแล้ว ฟ้าทะลายโจรไม่สามารถป้องกันไข้หวัดใหญ่ 2009 ได้ แต่มีสรรพคุณป้องกันไข้หวัดธรรมดา นอกจากนี้ยังมีสมุนไพรอีกหลายชนิดที่สามารถเสริมภูมิต้านทานป้องกันไข้หวัด เช่น กระเทียม บอระเพ็ด ข่า ตะไคร้ พญ.ดร.อัญชลี จุฑ รองผู้อำนวยการสถาบันการแพทย์แผนไทย กระทรวงสาธารณสุข ให้คำแนะนำถึงวิธีการรับประทานสมุนไพรฟ้าทะลายโจรเพื่อป้องกันและรักษาไข้หวัดว่า สำหรับผู้ที่เป็นไข้หวัด หากกินสมุนไพรฟ้าทะลายโจรไปแล้ว 2 - 3 วัน แต่อาการปวดศีรษะเป็นไข้ยังไม่บรรเทาลง ก็ควรไปพบแพทย์เพื่อรักษาตามอาการ แต่ในส่วนของผู้ต้องการกินสมุนไพรฟ้าทะลายโจรเพื่อป้องกันไข้หวัด ก็ไม่ควรกินติดต่อกันเกิน 7 วัน เพราะอาจจะทำให้เกิดผลข้างเคียง เช่น มือเท้าอ่อนแรง ระบายท้อง เบื่ออาหาร เวียนศีรษะและใจสั่น เป็นต้น อย่างไรก็ตาม แต่ละคนจะมีอาการตอบสนองต่อฤทธิ์ของสมุนไพรฟ้าทะลายโจรไม่เหมือนกัน

         พญ.ดร.อัญชลีกล่าวว่า บางคนที่มีประสาทรับรู้ไวต่อฤทธิ์สมุนไพร ก็ได้รับอาการข้างเคียงอย่างรวดเร็ว อย่างเช่นตนเองกินไปเพียงวันเดียวก็มีอาการระบายท้อง รวมทั้งกลุ่มผู้สูงอายุก็จะทำให้แขนขาไม่มีเรี่ยวแรงหรืออ่อนเพลีย แต่จากงานวิจัยก็ไม่พบว่า หากใช้ติดต่อเกิน 7 วัน ฟ้าทะลายโจรมีอันตรายรุนแรงต่อชีวิตหรือระบบภายในร่างกาย ทั้งนี้ วิธีการรับประทานสมุนไพรฟ้าทะลายโจรให้มีประสิทธิภาพดีที่สุด ควรกินครั้งละ 1.5 กรัม วันละ 4 ครั้ง รวม 6 กรัม ซึ่งเป็นข้อมูลที่ผ่านการรองรับจากงานวิจัยอย่างชัดเจน "
           
         ปัจจุบันสมุนไพรฟ้าทะลายโจรมีจำหน่ายอยู่ในรูปของแคปซูล แต่ช่วงนี้ขาดตลาด ก็อาจจะปลูกฟ้าทะลายโจรไว้ที่บ้าน โดยเด็ดใบประมาณ 1 กำมือ มาต้มน้ำ 10 - 15 นาที ดื่มวันละ 3 ครั้ง ก็ได้ผลเช่นกัน" รองผู้อำนวยการสถาบันการแพทย์แผนไทยกล่าว







ขอบคุณที่มา : Thaiherps,wiki , thaihealth ,หนังสือพิมพ์ไทยโพต์ท

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น